วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คุยกับยาย : การเก็บข้อมูลแบบเครือญาติสมมติ ในงานวิจัยสนาม

"คนนี้ คิดว่าเป็นลูกเลย"

เมื่อผู้เขียน ในฐานะของนักวิจัยสนาม ได้ยินคำพูดที่ชาวบ้านคนหนึ่ง พูดกับเพื่่อนของเธอ ถึงผู้วิจัย ทำให้ผู้วิจัยรู้สึกดีใจอย่างมาก

การลงพื้นที่ภาคสนามของผู้วิจัยครั้งนี้ ถือว่าเป็นงานชิ้นแรกที่ลงสนามอย่างจริงจัง ครบเครื่อง แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการลงพื้นที่ภาคสนามบ้างก็ตามที

ผู้เขียนไ้ด้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากสนามครั้งนี้ ที่แน่ๆ การได้เป็น "ลูก" ของ ผู้เฒ่าผู้แก่ ในกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้อ ทางภาคเหนือ ของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องภาคภูมิใจ มากมาย ผู้เขียนมิได้ทำอะไรมากมาย หากแต่ "ไปลา มาไหว้" "มีของฝากติดไม้ติดมือ" เวลาไปคุย ก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าเรื่องอย่างสบายใจ ความเป็น "ธรรมชาติ" ของผู้เขียนละมัง ที่ทำให้ชาวบ้านต้อนรับขับสู้ ถึงเพียงนั้น

อีกบ้านหนึ่งก็ไม่แพ้กัน มิเคยรู้จักกันมาก่อน ไปเยี่ยมเยียนกันครั้งแรก ก็เกือบจะได้นอนที่บ้านนั้นแล้ว
พ่อ แม่ เจ้าของบ้าน เลี้ยงดู ปูเสื่ออย่างดี หาอาหารมาให้กินมากมาย ที่ขาดไม่ได้คือ สุรากลั่นเอง จากโรงกลั่นสุรา ธุรกิจชุมชน ที่พ่อเป็นเจ้าของ พ่อเรียกเรา "ลูกสาว" ทุกคำ แถมลูกของพ่อ ก็ดูจะคุยกันถูกคอมิน้อย ขนาดไม่อยู่บ้าน แต่รู้ว่าผู้เขียนจะแวะเวียนไปอีกครั้ง ก็รีบโทรไปบอกพ่อให้ดูแลผู้เขียนอย่างดี
เราคุยกันถูกคอมาก คุยกันไปเรื่อยๆ ได้ข้อมูลมากมาย ด้วยวิธีการที่เราไม่รู้ตัว ความเป็นกันเองกับชาวบ้าน นั่นเอง ที่ทำให้พวกเขาไว้วางใจ เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เราฟัง อย่างสนุกสนาน และไม่คิดว่าเราจะมาเอาอะไรจากเขาไป

ยายอีกคน ใจดีเหลือเกิน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปพบกันในสนาม ผู้เขียนและทีมงานแวะไปที่บ้านยายคนหนึ่ง ยายให้ความร่วมมือ และมีน้ำใจกับพวกเรามาก ยายและลูกสาว เป็นธุระให้ในการนัดกลุ่มผู้สูงอายุ (หัวข้อวิจัยของพวกเราคือ สุขภาวะของผู้สูงอายุในกลุ่มชาติพันธุ์) วันที่ 2 ไปคุยกับยายใหม่ สนุกมาก ออกรสออกชาติ แถมลูกสาวยาย ทำอาหารพื้นเมืองมาให้ทาน ไม่ขาดสาย เรียกว่า ได้ทั้งข้อมูล และอิ่มท้องกลับมา วันที่ 3 พาเด็กๆ นักศึกษาไปฝากกับยาย ยายก็รับอย่า่งเต็มอกเต็มใจ พอครังที่ 4 ไปหายาย ขอไปนอนกับยาย ยายก็ไม่ว่าอะไรเลย บอกว่า มาเลยๆ เมื่อผู้เขียนมีโอกาสดังนั้น ก็ปฏิบัติตนเหมือนเป็นลูกยายอีกคน ช่วยยายทำงานทุกอย่าง ยายอนุญาตให้นอนกับยายในมุ้งเดียวกันด้วย ตอนเช้าตื่นตีสี่ ลุกมาช่วยยายทำกับข้าว เตรียมใส่บาตรในวันพระใหญ่ เย็นๆก็ไปทำวัดกับยาย ตกดึก ยายก็เล่าเรื่องของยายให้ฟัง เพลิน จนหลับ  ถามยายว่าปกติยายเคยให้ใครมาอยู่แบบนี้มั้ย ยายบอกว่า "ไม่เคย นี่ครั้งแรก รู้จักกันแล้ว ถึงให้นอน ถ้าไม่รู้จัก เป็นคนแปลกหน้า ไม่ให้นอน"

ผู้เขียนได้ข้อสรุปจากการลงสนามในครั้งนี้ว่า สิ่งสำคัญในการลงภาคสนามคือ ความมีน้ำใจ ความจริงใจความเป็นธรรมชาติ  และเป็นกันเอง กับชาวบ้าน จะสร้างความประทับใจอันดีให้กับชาวบ้าน
หากเราหยิบยื่น "น้ำใจ" ให้กับพวกเขาก่อน เราก็จะได้รับ "น้ำใจ" อันยิ่งใหญ่กลับคืนมา บางครั้งแม้เรายังมิได้หยิบยื่นสิ่งใดให้กับพวกเขา แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะ "ให้" เรา เสมอ หากเราไม่ทำตัวเป็นอื่น แต่ทำตัวเปรียบเหมือน เครือญาติสมมติกับพวกเขา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น