"คนนี้ คิดว่าเป็นลูกเลย"
เมื่อผู้เขียน ในฐานะของนักวิจัยสนาม ได้ยินคำพูดที่ชาวบ้านคนหนึ่ง พูดกับเพื่่อนของเธอ ถึงผู้วิจัย ทำให้ผู้วิจัยรู้สึกดีใจอย่างมาก
การลงพื้นที่ภาคสนามของผู้วิจัยครั้งนี้ ถือว่าเป็นงานชิ้นแรกที่ลงสนามอย่างจริงจัง ครบเครื่อง แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการลงพื้นที่ภาคสนามบ้างก็ตามที
ผู้เขียนไ้ด้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากสนามครั้งนี้ ที่แน่ๆ การได้เป็น "ลูก" ของ ผู้เฒ่าผู้แก่ ในกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้อ ทางภาคเหนือ ของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องภาคภูมิใจ มากมาย ผู้เขียนมิได้ทำอะไรมากมาย หากแต่ "ไปลา มาไหว้" "มีของฝากติดไม้ติดมือ" เวลาไปคุย ก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าเรื่องอย่างสบายใจ ความเป็น "ธรรมชาติ" ของผู้เขียนละมัง ที่ทำให้ชาวบ้านต้อนรับขับสู้ ถึงเพียงนั้น
อีกบ้านหนึ่งก็ไม่แพ้กัน มิเคยรู้จักกันมาก่อน ไปเยี่ยมเยียนกันครั้งแรก ก็เกือบจะได้นอนที่บ้านนั้นแล้ว
พ่อ แม่ เจ้าของบ้าน เลี้ยงดู ปูเสื่ออย่างดี หาอาหารมาให้กินมากมาย ที่ขาดไม่ได้คือ สุรากลั่นเอง จากโรงกลั่นสุรา ธุรกิจชุมชน ที่พ่อเป็นเจ้าของ พ่อเรียกเรา "ลูกสาว" ทุกคำ แถมลูกของพ่อ ก็ดูจะคุยกันถูกคอมิน้อย ขนาดไม่อยู่บ้าน แต่รู้ว่าผู้เขียนจะแวะเวียนไปอีกครั้ง ก็รีบโทรไปบอกพ่อให้ดูแลผู้เขียนอย่างดี
เราคุยกันถูกคอมาก คุยกันไปเรื่อยๆ ได้ข้อมูลมากมาย ด้วยวิธีการที่เราไม่รู้ตัว ความเป็นกันเองกับชาวบ้าน นั่นเอง ที่ทำให้พวกเขาไว้วางใจ เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เราฟัง อย่างสนุกสนาน และไม่คิดว่าเราจะมาเอาอะไรจากเขาไป
ยายอีกคน ใจดีเหลือเกิน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปพบกันในสนาม ผู้เขียนและทีมงานแวะไปที่บ้านยายคนหนึ่ง ยายให้ความร่วมมือ และมีน้ำใจกับพวกเรามาก ยายและลูกสาว เป็นธุระให้ในการนัดกลุ่มผู้สูงอายุ (หัวข้อวิจัยของพวกเราคือ สุขภาวะของผู้สูงอายุในกลุ่มชาติพันธุ์) วันที่ 2 ไปคุยกับยายใหม่ สนุกมาก ออกรสออกชาติ แถมลูกสาวยาย ทำอาหารพื้นเมืองมาให้ทาน ไม่ขาดสาย เรียกว่า ได้ทั้งข้อมูล และอิ่มท้องกลับมา วันที่ 3 พาเด็กๆ นักศึกษาไปฝากกับยาย ยายก็รับอย่า่งเต็มอกเต็มใจ พอครังที่ 4 ไปหายาย ขอไปนอนกับยาย ยายก็ไม่ว่าอะไรเลย บอกว่า มาเลยๆ เมื่อผู้เขียนมีโอกาสดังนั้น ก็ปฏิบัติตนเหมือนเป็นลูกยายอีกคน ช่วยยายทำงานทุกอย่าง ยายอนุญาตให้นอนกับยายในมุ้งเดียวกันด้วย ตอนเช้าตื่นตีสี่ ลุกมาช่วยยายทำกับข้าว เตรียมใส่บาตรในวันพระใหญ่ เย็นๆก็ไปทำวัดกับยาย ตกดึก ยายก็เล่าเรื่องของยายให้ฟัง เพลิน จนหลับ ถามยายว่าปกติยายเคยให้ใครมาอยู่แบบนี้มั้ย ยายบอกว่า "ไม่เคย นี่ครั้งแรก รู้จักกันแล้ว ถึงให้นอน ถ้าไม่รู้จัก เป็นคนแปลกหน้า ไม่ให้นอน"
ผู้เขียนได้ข้อสรุปจากการลงสนามในครั้งนี้ว่า สิ่งสำคัญในการลงภาคสนามคือ ความมีน้ำใจ ความจริงใจความเป็นธรรมชาติ และเป็นกันเอง กับชาวบ้าน จะสร้างความประทับใจอันดีให้กับชาวบ้าน
หากเราหยิบยื่น "น้ำใจ" ให้กับพวกเขาก่อน เราก็จะได้รับ "น้ำใจ" อันยิ่งใหญ่กลับคืนมา บางครั้งแม้เรายังมิได้หยิบยื่นสิ่งใดให้กับพวกเขา แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะ "ให้" เรา เสมอ หากเราไม่ทำตัวเป็นอื่น แต่ทำตัวเปรียบเหมือน เครือญาติสมมติกับพวกเขา
creative museum
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553
พิพิธภัณฑ์กับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน
สวัสดีค่ะ
วันนี้พี่ปลาทูสีน้ำทะเลจะมาชวนน้องๆ คุยเรื่อง การเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์นะคะ
ใครเคยไปพิพิธภัณฑ์บ้างคะ?
น้องๆ เบื่อรึเปล่า ที่โรงเรียนของน้องๆ จะต้องบังคับให้น้องๆ ไปพิพิธภัณฑ์ที่ฟังกี่ครั้งก็เบื่อ แสนเบื่อ มีแต่ของเก่า ร้อน มีแต่คนทำงานหน้าตาดุๆ และคอยจ้องจะจับผิด ห้ามโน่นห้ามนี่
ถ้าใช่ล่ะก็ คราวหน้าเวลาไปพิพิธภัณฑ์ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ และทำอย่างนี้ดูนะคะ
1. ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ก่อนค่ะ ลองคิดว่า พิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องสนุก น่าค้นหา น่าจะมีอะไรที่เราไม่เคยรู้อยู่ในนั้น (ใฝ่รู้ รักที่จะค้นหา)
2. เมื่อน้องๆเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ก็เข้าไป "เล่น" อย่างเต็มที่เลยค่ะ ถ้าคุณครูบังคับให้ไปพิพิธภัณฑ์ และให้ทำการบ้านโดยหาคำตอบจากนิทรรศการ น้องๆลองถามคุณครูว่า ไม่ทำได้มั้ย แต่ขอเขียนรายงานส่งแทน หรือไม่ก็ขอวาดรูป หรือกลับมาแสดงละครกับเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ไปดูมาแทน ถ้าครูถาม น้องๆก็บอกว่าอยากมีอิสระทางความคิด และไม่อยากลอกคำตอบ จากบอร์ด แล้วมาส่งครู (สร้างสรรค์ ค่ะ องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ คือ confidence independence and enjoyment เรานำเสนอสิ่งแปลกใหม่ให้คุณครู)
3. "ถ่าย" เข้าไป ไม่ใช่ถ่ายในห้องน้ำนะคะ ถ่ายภาพ ต่างหาก ถ้าพิพิธภัณฑ์ไหนอนุญาตให้น้องๆถ่ายภาพ
ถ่ายไปเลยค่ะ แล้วกลับมา ก็มาลองจัดนิทรรศการ ภาพเล่าเรื่อง เกี่ยวกับพิพิธภัณฑืที่ไปชมมา น้องๆอาจจะมีมุมเด็ดๆที่ คนอื่นไม่เคยเห็น เอามาอวดเพื่อน แลกเปลี่ยนกันดู ก็น่าจะลดความเบื่อลงไปได้ไม่น้อยนะคะ (เค้าว่าไว้ว่า play and learn เล่นและเรียนในเวลาเดียวกันจะบังเกิดผลมิน้อย)
4. จดบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก หรือสิ่งที่พบเจอ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเขียนเป็นไดอารี่ วาดภาพ หรือถ่ายภาพ สิ่งที่เราสนใจในพิพิธภัณฑ์ แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนๆหรือคุณครูฟัง (ข้อนี้เป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาตนเองเลยนะคะ ฝึกให้เราเป็นคนช่างสังเกต)
5. ลองแอบสังเกตผู้คนที่เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ ว่ามีลักษณะอาการอย่างไรเวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เช่นบางคน ถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่สนใจข้อมูลอื่นๆ บางคนกดๆๆๆๆปุ่มทั้งหลายที่มีอยู่ หรือบางคนเล่นซ่อนหาในพิพิธภัณฑ์ ในขณะที่บางคน จดทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วน้องๆลองเอาไปให้คุณครูดู (วิธีนี้ถือเป็นศิลปะชั้นสูงในการทำงานวิจัยแบบที่ผู้ใหญ่เค้าทำกันเลยนะคะ)
6. ลองจินตนาการอะไรมันๆ เช่นถ้าน้องเป็นคนที่ทำงานอยู่ในพิพิธภัณฑ์ และต้องจัดนิทรรศการเรื่องอะไรก็ได้ น้องๆจะจัดเรื่องอะไร และจะทำอย่างไร (ฝึกความคิดแบบจินตนาการ ลองคิดแก้ปัญหา ท้าทาย)
หกข้อนี้ ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ อาจจะไม่ง่าย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคุณครู หรือผู้ปกครองที่พาไป
แต่อยากให้ลองทำดูค่ะ มันอาจจะทำให้น้องๆ เปลี่ยนความคิด กับการเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เลยก็ได้
ถ้าทำไม่ได้ทั้งหกข้อก็ไม่เป็นไรนะคะ ลองทำทีละข้อที่คิดว่าน่าจะพอทำได้ และตรงกับความสนใจของตนเองดูก่อน
พี่ปลาทูสีน้ำทะเลไม่ได้ยุยงให้น้องๆ ลุกขึ้นมาประท้วงหรือคัดค้านคุณครูนะคะ แต่อยากให้พวกเราหาวิธีสนุกๆ กับการเข้าพิพิธภัณฑ์ รับรองว่า แค่ลองทำข้อใดข้อหนึ่ง แล้วเอาไปอวดคุณครู คุณครูต้องกรี๊ด แน่ค่ะ เพราะคำตอบที่คุณครูต้องการให้หนูหามา มันอยู่ในกิจกรรมที่พี่ปลาทูสีนำ้ทะเลแนะนำให้น้องๆทำนั่นล่ะค่ะ
สำหรับครั้งนี้ นำเสนอไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่ไหนกันมาก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ ได้ผลหรือไม่อย่างไร อย่าลืมบอกกล่าวกันบ้างนะคะ
พี่ปลาทูสีน้ำทะเล
วันนี้พี่ปลาทูสีน้ำทะเลจะมาชวนน้องๆ คุยเรื่อง การเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์นะคะ
ใครเคยไปพิพิธภัณฑ์บ้างคะ?
น้องๆ เบื่อรึเปล่า ที่โรงเรียนของน้องๆ จะต้องบังคับให้น้องๆ ไปพิพิธภัณฑ์ที่ฟังกี่ครั้งก็เบื่อ แสนเบื่อ มีแต่ของเก่า ร้อน มีแต่คนทำงานหน้าตาดุๆ และคอยจ้องจะจับผิด ห้ามโน่นห้ามนี่
ถ้าใช่ล่ะก็ คราวหน้าเวลาไปพิพิธภัณฑ์ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ และทำอย่างนี้ดูนะคะ
1. ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ก่อนค่ะ ลองคิดว่า พิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องสนุก น่าค้นหา น่าจะมีอะไรที่เราไม่เคยรู้อยู่ในนั้น (ใฝ่รู้ รักที่จะค้นหา)
2. เมื่อน้องๆเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ก็เข้าไป "เล่น" อย่างเต็มที่เลยค่ะ ถ้าคุณครูบังคับให้ไปพิพิธภัณฑ์ และให้ทำการบ้านโดยหาคำตอบจากนิทรรศการ น้องๆลองถามคุณครูว่า ไม่ทำได้มั้ย แต่ขอเขียนรายงานส่งแทน หรือไม่ก็ขอวาดรูป หรือกลับมาแสดงละครกับเพื่อนๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ไปดูมาแทน ถ้าครูถาม น้องๆก็บอกว่าอยากมีอิสระทางความคิด และไม่อยากลอกคำตอบ จากบอร์ด แล้วมาส่งครู (สร้างสรรค์ ค่ะ องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ คือ confidence independence and enjoyment เรานำเสนอสิ่งแปลกใหม่ให้คุณครู)
3. "ถ่าย" เข้าไป ไม่ใช่ถ่ายในห้องน้ำนะคะ ถ่ายภาพ ต่างหาก ถ้าพิพิธภัณฑ์ไหนอนุญาตให้น้องๆถ่ายภาพ
ถ่ายไปเลยค่ะ แล้วกลับมา ก็มาลองจัดนิทรรศการ ภาพเล่าเรื่อง เกี่ยวกับพิพิธภัณฑืที่ไปชมมา น้องๆอาจจะมีมุมเด็ดๆที่ คนอื่นไม่เคยเห็น เอามาอวดเพื่อน แลกเปลี่ยนกันดู ก็น่าจะลดความเบื่อลงไปได้ไม่น้อยนะคะ (เค้าว่าไว้ว่า play and learn เล่นและเรียนในเวลาเดียวกันจะบังเกิดผลมิน้อย)
4. จดบันทึกอารมณ์ ความรู้สึก หรือสิ่งที่พบเจอ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเขียนเป็นไดอารี่ วาดภาพ หรือถ่ายภาพ สิ่งที่เราสนใจในพิพิธภัณฑ์ แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนๆหรือคุณครูฟัง (ข้อนี้เป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาตนเองเลยนะคะ ฝึกให้เราเป็นคนช่างสังเกต)
5. ลองแอบสังเกตผู้คนที่เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ ว่ามีลักษณะอาการอย่างไรเวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เช่นบางคน ถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่สนใจข้อมูลอื่นๆ บางคนกดๆๆๆๆปุ่มทั้งหลายที่มีอยู่ หรือบางคนเล่นซ่อนหาในพิพิธภัณฑ์ ในขณะที่บางคน จดทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วน้องๆลองเอาไปให้คุณครูดู (วิธีนี้ถือเป็นศิลปะชั้นสูงในการทำงานวิจัยแบบที่ผู้ใหญ่เค้าทำกันเลยนะคะ)
6. ลองจินตนาการอะไรมันๆ เช่นถ้าน้องเป็นคนที่ทำงานอยู่ในพิพิธภัณฑ์ และต้องจัดนิทรรศการเรื่องอะไรก็ได้ น้องๆจะจัดเรื่องอะไร และจะทำอย่างไร (ฝึกความคิดแบบจินตนาการ ลองคิดแก้ปัญหา ท้าทาย)
หกข้อนี้ ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ อาจจะไม่ง่าย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากคุณครู หรือผู้ปกครองที่พาไป
แต่อยากให้ลองทำดูค่ะ มันอาจจะทำให้น้องๆ เปลี่ยนความคิด กับการเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เลยก็ได้
ถ้าทำไม่ได้ทั้งหกข้อก็ไม่เป็นไรนะคะ ลองทำทีละข้อที่คิดว่าน่าจะพอทำได้ และตรงกับความสนใจของตนเองดูก่อน
พี่ปลาทูสีน้ำทะเลไม่ได้ยุยงให้น้องๆ ลุกขึ้นมาประท้วงหรือคัดค้านคุณครูนะคะ แต่อยากให้พวกเราหาวิธีสนุกๆ กับการเข้าพิพิธภัณฑ์ รับรองว่า แค่ลองทำข้อใดข้อหนึ่ง แล้วเอาไปอวดคุณครู คุณครูต้องกรี๊ด แน่ค่ะ เพราะคำตอบที่คุณครูต้องการให้หนูหามา มันอยู่ในกิจกรรมที่พี่ปลาทูสีนำ้ทะเลแนะนำให้น้องๆทำนั่นล่ะค่ะ
สำหรับครั้งนี้ นำเสนอไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่ไหนกันมาก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ ได้ผลหรือไม่อย่างไร อย่าลืมบอกกล่าวกันบ้างนะคะ
พี่ปลาทูสีน้ำทะเล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)